5 วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเอง

การตรวจเช็คสภาพรถ เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่เสมอๆ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และรักษารถยนต์ที่ท่านรักให้คงทนอยู่กับท่านไปอีกยาวนาน
วิธีการที่ได้นำมาเสนอนี้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าสำหรับรถรุ่นใด แบบใด เพียงแค่อยากให้ลองอ่านแล้วนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมตามแต่รถยนต์ที่ท่านเจ้าของรถนั้นใช้อยู่ ในครั้งแรกอาจจะดูเหมือนยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนรู้ทางด้านช่างยนต์มาก่อน แต่ถ้าทำบ่อยๆ จนเป็นนิสัย ตามแต่ระยะเวลา และความเหมาะสมของแต่ท่าน แล้วจะพบว่ารถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป ลองได้คุย ได้จับ ได้ลูบ ได้คลำกันบ่อยๆ เดี๋ยวก็จำกันได้พอรู้จักกันแล้ว เวลามีปัญหาอะไรที่นี้ล่ะบอกหมดเลย โม้มาก็เยอะแล้ว ลงมือทำงานกันดีกว่า

1. การตรวจเช็คระดับ น้ำมันเกียร์ออโต้

ระดับของน้ำมันเกียร์ ควรให้อยู่ระหว่างจุดสูงสุด และจุดต่ำสุด อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องเหลือ
น้อยกว่าจุดต่ำสุดโดยเด็ดขาด เพิ่อความถูกต้องของระดับน้ำมัน ควรติดเครื่องยนต์และเข้าเกียร์ ตามลำดับ 3-5 วิ/เกียร์ แล้วดับเครื่องจึงค่อยตรวจวัด หรือตรวจสอบวิธีการวัดจากคู่มือรถ

2. ทำการตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรค

ให้อยู่ในระดับที่กำหนด หากพบว่ามีการพร่องหายไป ควรรีบดำเนินการตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถของท่านไปให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบหาสาเหตุ แล้วทำการแก้ไข เพราะว่าโดยปกติ ระบบน้ำมันเบรค จะไม่พร่องหายไปมากเกิน ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติใดๆ มาแทรกซ้อน ถ้าดูแล้วพบว่ามีสีที่ดำคล้ำมากว่าปกติ แล้วครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนถ่ายก็จำไม่ได้แล้วด้วย ก็ถึงเวลาต้องมีการบำรุงรักษากันแล้ว ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่าย แนะนำทุกๆ 40,000 Km. หรือทุกๆ 2 ปี

3. ตรวจระบบควบคุมการทำงานของแก๊สด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม เช็คค่าต่างๆ ในระบบแก๊ส เช็ค ค่าเวลาการจ่ายของหัวฉีด ระยะยกหัวฉีด ส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิงในช่วงเวลาต่างๆ ขณะเครื่องยนต์ทำงานทั้งแบบมีโหลดและไม่มีโหลด

4. สายพานรถยนต์

ตรวจเช็คสายพานรถยนต์มามีการแตกร้าวหรือไม่ ว่าหมดสภาพการใช้งาน มีการหย่อนหรือตรงรุ่นหรือไม่ เพราะจะส่งผลกับการทำงานของเครื่องยนต์ ในระบบการสั่นสะเทือน

5. การตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรค

ตรวจเช็คระดับ น้ำมันเบรค ให้อยู่ในระดับที่กำหนด หากพบว่ามีการพร่องหายไป ควรรีบดำเนินการตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถของท่านไปให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบหาสาเหตุ แล้วทำการแก้ไข เพราะว่าโดยปกติ ระบบน้ำมันเบรค จะไม่พร่องหายไปมาก ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคทุกๆ 40,000 กม หรือ ทุกๆ 1-2 ปี

เพียง 5 ขั้นตอน ที่คุณสามารถเช็คได้เองด้วยตาเปล่าที่บ้าน ก็จะทำให้คุณสามารถรับทราบถึงความปกติหรือความผิดปกติของระบบหล่อเย็นซึ่งเป็นระบบที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของรถยนต์แก้สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องไปเสียเวลา เสียอารมณ์อยู่บนถนน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *